ภาวะขาดวิตามินบี 1 ตัวการสู่โรคเหน็บชาที่คุณก็รับมือได้ !

โรคเหน็บชา (Beriberi) หรือภาวะขาดวิตามินบี 1 (ไทอะมีน) ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต มีหน้าที่สำคัญโดยเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการเผาผลาญอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน ทำให้เกิดพลังงานเพื่อให้ร่างกายสามารถประกอบกิจกรรมได้ในระหว่างวันและช่วงการพักในเวลานอน นอกจากนี้ยังมีส่วนสำคัญต่อระบบประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการนำกระแสความรู้สึกของเส้นประสาท หากร่างกายได้รับวิตามินบี 1 ไม่เพียงพอ ก็จะทำให้เป็นโรคเหน็บชาได้

โรคเหน็บชา เป็นโรคที่เกิดได้กับบุคคล ทุกกลุ่มอายุ สำหรับเด็กทารกถ้าเป็นโรคเหน็บชา (Infantile beriberi) จะมีอัตราการเสียชีวิตสูง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที ซึ่งพบได้มากในประเทศที่ประชาชนรับประทานข้าวที่สีแล้วเป็นอาหารหลัก และไม่ได้รับอาหารอื่นที่มีวิตามินบี 1 เสริมอย่างเพียงพอ

สาเหตุของโรคเหน็บชา

สาเหตุของการเกิดโรคเหน็บชาหรือภาวะขนาดวิตามินบี 1 มีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ เช่น การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี 1 ไม่เพียงพอ ซึ่งแหล่งวิตามินบี 1 สำหรับคนโดยส่วนใหญ่ได้แก่ ข้าว แต่เป็นข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี เราจึงมักพบผู้ที่เป็นโรคเหน็บชาหรือภาวะขาดวิตามินบี 1 เพราะรับประทานข้าวที่ผ่านการขัดสีจนขาวสะอาด หรือยังไม่ได้รับวิตามินดังกล่าวจากอาหารประเภทอื่น ๆ ในปริมาณที่เพียงพอที่ร่างกายต้องการ ซึ่งแหล่งอาหารที่มีปริมาณวิตามินบี 1 ในปริมาณมาก ได้แก่ ข้าวซ้อมมือ (ข้าวแดง) รำข้าว ข้าวโอ้ต ตับ เนื้อหมู ถั่วเหลือง งาดำ และเมล็ดทานตะวัน เป็นต้น

นอกจากนี้ การรับประทานอาหารบางชนิดก็เป็นสาเหตุภาวะขาดวิตามินบี 1 ได้ด้วยเช่นกัน หากรับประมานในปริมาณที่มากเกินไป เช่น ใบชา ปลาร้า หอยลาย เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีสารบางชนิดที่ไปทำลายประสิทธิภาพของวิตามินบี 1 และอาจเกิดได้จากภาวะที่มีความต้องการใช้วิตามินบี 1 ในร่างกายสูงกว่าปกติ เช่น ผู้ที่ป่วยเรื้อรัง ผู้ที่เป็นโรคเครียดหรือมีภาวะเครียดเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์รวมทั้งหญิงที่ให้นมบุตร

อาการของโรคเหน็บชา

1.ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเหน็บชาหรือภาวะขาดวิตามินบี 1 จะมีอาการ หายใจถี่ในระหว่างการออกกำลังกาย

2.เมื่อตื่นนอน อัตราการเต้นของหัวใจจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รู้สึกชาที่เท้าและมือ และอาจเกิดความสับสนทางจิตใจ

3.อาเจียน มีการเคลื่อนไหวของดวงตาโดยที่สมองไม่ได้สั่งการ ตลอดจนอัมพาต และในกรณีที่รุนแรงโรคเหน็บชายังมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการทางสมองบางประการ เช่น เกิดความสับสน การสูญเสียความทรงจำ การสูญเสียการประสานงานของกล้ามเนื้อ ไม่สามารถสร้างความทรงจำใหม่ ๆ หรือเกิดภาพหลอนได้

การวินิจฉัยโรคเหน็บชา

การวินิจฉัยโรคเหน็บชาอย่างถูกต้องจะต้องมีชุดการทดสอบทางการแพทย์เพื่อตรวจสอบว่า มีอาการของโรคเหน็บชาหรือไม่ โดยการตรวจเลือดและปัสสาวะซึ่งจะวัดระดับวิตามินบี 1 ในร่างกาย หากร่างกายมีปัญหาในการดูดซับ วิตามินบี 1 ร่างกายจะมีระดับความเข้มข้นของวิตามินบี 1 ในเลือดต่ำ แต่มีความเข้มข้นสูงในปัสสาวะ นอกจากนี้ แพทย์ยังทำการตรวจระบบประสาทเพื่อค้นหาอาการขาดการประสานงานของกล้ามเนื้อ เช่น ตรวจสอบการเดิน การตอบสนองของดวงตาและเปลือกตา คนที่มีอาการของโรคเหน็บชาบางคนจะแสดงอาการสูญเสียความทรงจำ เกิดความสับสนหรืออาการหลงผิด ทั้งนี้แพทย์จะยังตรวจอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มอีกด้วย หากพบอาการหายใจอย่างยากลำบากก็อาจเป็นอาการของโรคเหน็บชาได้ด้วยเช่นกัน

วิธีรักษาโรคเหน็บชา

แพทย์จะรักษาโรคเหน็บชาด้วยยาเสริมวิตามินบี 1 โดยสั่งให้ฉีดหรือให้ยาวิตามินบี 1 สำหรับกรณีผู้ป่วยที่มีอาการของโรคเหน็บชาอย่างรุนแรง แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจะให้วิตามินบี 1 ทางหลอดเลือดดำ และจะมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังได้รับการตรวจสอบด้วยการติดตามผลจากการตรวจเลือด เพื่อดูว่าร่างกายของคุณดูดซึมวิตามินได้ดีเพียงใด หากผู้ป่วยโรคเหน็บชาเข้ารับการรักษาในช่วงที่มีอาการเริ่มต้นจะส่งผลดีต่อตนเอง เนื่องจากจะลดความเสียหายของเส้นประสาทและลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจลงได้ แต่หากทิ้งไว้เป็นระยะเวลานานโดยไม่ได้เข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี ก็อาจส่งผลต่อสมองและระบบประสาทอย่างถาวรจนกลายเป็นอัมพาตและอาจเสียชีวิตได้

วิธีป้องกันโรคเหน็บชา

วิธีการป้องกันโรคเหน็บชานั้น จะต้องใส่ใจกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อรักษาร่างกายให้เกิดความสมดุล โดยอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 ได้แก่ ถั่วและพืชตระกูลถั่ว เนื้อ ปลา ธัญพืช ผักบางชนิด เช่น หน่อไม้ฝรั่ง กะหล่ำปลีบรัสเซลส์ ผักโขม และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่เป็นตัวการทำลายวิตาบินบี 1 เช่น ปลาดิบ ปลาร้าดิบ แหนมดิบ เมี่ยง ของหมักดองอื่น ๆ หรือหากต้องการรับประทานควรปรุงด้วยความร้อนจนสุกและหากเลี้ยงทารกด้วยนมผงสำหรับทารก ต้องตรวจดูว่ามีวิตามินบีมากเพียงพอหรือไม่ และต้องใช้นมผงสำหรับทารกจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น นอกจากนี้การจำกัดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเหน็บชาลงได้ และหากดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ก็ควรได้รับการตรวจเช็คเป็นระยะเพื่อตรวจสอบการขาดวิตามินบี 1 ด้วยนั่นเอง

โรคเหน็บชาหรือภาวะขาดวิตามินบี 1 เป็นโรคที่แฝงอยู่กับพฤติกรรมการดื่มกินและการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้น ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ต้องหมั่นตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ บุคคลทั่วไปก็ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน หรือหากเกรงว่าร่างกายจะขาดวิตามินดังกล่าวก็ควรทานอาหารที่เป็นแหล่งของวิตามินบี 1 อย่างเพียงพอ เพียงเท่านี้โอกาสในการเกิดโรคเหน็บชาก็จะลดน้อยลงได้แล้ว

 

ที่มา

https://www.healthline.com/health/beriberi

https://emedicine.medscape.com/article/116930-overview

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *